Essence

Tag
BRANDING
COMMUNICATION
CONSULTANCY
Info
จำนวนคำ
1299
คำ
เวลาการอ่าน
9
นาที
S1 EP1 : New Normal Next Normal
Branding ทางรอดที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจ
วิษณุ เทศขยัน
เขียน
17 July 2020
New Normal, Next Normal
Episode 1 : # New Normal, Next Normal : Branding ทางรอดที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจ
Soundcloud.png
เพื่อความสะดวก สามารถรับฟัง Content ได้จาก Soundcloud
New Normal คืออะไรสำหรับธุรกิจ แบรนด์ต้องเตรียมตัวอย่างไรกับ New Normal ที่จะเกิดขึ้น แบ่งปันมุมมองของการสร้างแบรนด์ในยุคที่ทั้ง Digital และ Covid-19 Disrupt ธุรกิจและการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคและสังคมที่เปลี่ยนไป มุมมองเล็กๆที่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ข้ามผ่านไปสู่ Next Normal ได้อย่างปลอดภัย
หลายคนพูดกันถึง New Normal และ Next Normal ที่จะเกิดขึ้นหลังสถานการณ์ Covid-19 ว่าจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและสังคมไปในแบบที่เราต้องปรับตัวตามให้ทัน มีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบกันในหลากหลายแง่มุมและระดับความซับซ้อน ในด้านของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจ นอกจากจะต้องปรับตัวเพื่อพลิกฟื้นด้านเงินทุนหมุนเวียน การปรับแผนธุรกิจ การแก้ปัญหาด้านพนักงานต่างๆ แผนเชิงรุกในการสร้างแบรนด์และการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับธุรกิจทั้งในระยะสั้นและยาวก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กันไป และเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับเรื่อง New Normal และ Next Normal โดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะพูดถึงและแบ่งปันมุมมองกันในเนื้อหาของบทความนี้
ผลที่จะเกิดขึ้นจาก New Normal สรุปใจความสำคัญ (จากหลายสำนักและนักวิเคราะห์ต่างๆ) ได้ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาและใช้เครื่องมือด้านดิจิตอลที่จะมากและหลากหลายขึ้น จนเรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักของสังคมและวิถีชีวิต ซึ่งถ้ามองในมุมวิวัฒนาการของสังคมผ่านการขับเคลื่อนของเทคโนโลยีดิจิตอลตลอดระยะเวลามากกว่า 40 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ก็ดูจะเป็นความปกติธรรมดา ไม่ได้เป็นความปกติใหม่ (New Normal) ที่สร้างความแตกต่างไปจากแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว นั่นจึงหมายความว่าสถานการณ์ Covid-19 เป็นเพียงแค่ตัวเร่งปฏิกริยาและย่นย่อเวลาให้อนาคตเกิดเร็วขึ้นนั่นเอง
แล้วอะไรคือ Next Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นถัดไป (ที่จะเกิดเร็วขึ้น) ถ้าเราถอยมามองภาพใหญ่ที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นเนื้อหาจากหนังสือ The Third Wave ที่ Alvin Toffler นักเขียนชาวอเมริกัน วิเคราะห์และคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ปี 1980 (คนละเล่มกับ The Third Wave ของ Steve Case ที่อธิบายพัฒนาการของยุคอินเตอร์เน็ต ซึ่งที่จริงก็ได้รับแรงบันดาลใจจากงานเขียนของ Toffler ด้วยเช่นกัน) นั่นก็คือ


สังคมจะขับเคลื่อนไปด้วยผลของเทคโนโลยีดิจิตอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Information Technology
“สังคมจะขับเคลื่อนไปด้วยผลของเทคโนโลยีดิจิตอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Information Technology ที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อกันไร้พรมแดน (Globalization) เกิดโครงข่ายข้อมูลข่าวสารที่สามารถเข้าถึงง่ายสะดวกเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนไปของกระบวนการทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวิถีชีวิตผู้คน”
ซึ่ง Toffler อธิบายไว้ในหลายแง่มุม ละเอียดถี่ถ้วนอย่างน่าประหลาดใจ หลายสิ่งได้เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ไม่ว่าจะเป็น Social Networks, AI, Cryptocurrency, Blockchain, Robotic, IOT, ซึ่งตรงและใกล้เคียงมากกับการคาดการณ์ของเขา เท่ากับว่าวันนี้สังคมโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่สามอย่างเต็มตัวแล้ว และน่าจะอยู่ในระดับที่ 3 จาก 10 ระดับของคลื่นลูกที่สาม (ผู้เขียนกำหนดเองเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น) ก่อนจะก้าวผ่านไปสู่ The Fourth Wave หรือคลื่นลูกที่สี่ต่อไป
คาดกันว่าคลื่นลูกที่ 4 จะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในระดับนาโนและไบโอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิวัฒนาการของสังคมอย่างมหาศาล ไปได้ไกลเท่ากับจินตนาการที่เราเห็นในภาพยนตร์ไซไฟต่างๆ และเริ่มมีสัญญาณของการพัฒนาบางด้านเกิดขึ้นจริงบ้างแล้วในปัจจุบัน เช่น การค้นพบวิธีการปรับแต่งจีโนมในดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตต่างๆเพื่อปรับกระบวนการทำงานและโครงสร้างร่างกายให้เป็นไปตามต้องการ ที่เรียกว่า CRISPRE Technology หลังจากนั้นจะเข้าสู่คลื่นลูกที่ห้า The Fifth Wave ซึ่งเป็นลูกสุดท้าย สังคมจะขับเคลื่อนไปด้วย “ภูมิปัญญา” เพราะผ่านการพัฒนาด้านวัตถุ (Physical) และกลไกต่างๆของร่างกายมาทั้งหมดแล้ว ซึ่งหมายถึงการสามารถพัฒนาระดับภูมิปัญญาของผู้คนให้เหมาะสม รูปแบบของกระบวนการทางสังคมจึงดำเนินไปด้วยภูมิปัญญาของผู้คนที่มีความเข้าใจในมิติต่างๆที่ใกล้เคียงกัน
Essential Ep1.png
หมายเหตุ บทความนี้ผลิตขึ้นและเป็นลิขสิทธิ์ ของบริษัท ดิ เอสเซนเชียล จำกัด (The Essential Co.,Ltd) ได้อนุญาตให้เผยแพร่ทั้งในเว็บไซต์ positioningmag และ เว็บไซต์ Essential
New Normal, Next Normal
Episode 1 : # New Normal, Next Normal : Branding ทางรอดที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจ
Soundcloud.png
เพื่อความสะดวก สามารถรับฟัง Content ได้จาก Soundcloud
New Normal คืออะไรสำหรับธุรกิจ แบรนด์ต้องเตรียมตัวอย่างไรกับ New Normal ที่จะเกิดขึ้น แบ่งปันมุมมองของการสร้างแบรนด์ในยุคที่ทั้ง Digital และ Covid-19 Disrupt ธุรกิจและการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคและสังคมที่เปลี่ยนไป มุมมองเล็กๆที่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ข้ามผ่านไปสู่ Next Normal ได้อย่างปลอดภัย
หลายคนพูดกันถึง New Normal และ Next Normal ที่จะเกิดขึ้นหลังสถานการณ์ Covid-19 ว่าจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและสังคมไปในแบบที่เราต้องปรับตัวตามให้ทัน มีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบกันในหลากหลายแง่มุมและระดับความซับซ้อน ในด้านของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจ นอกจากจะต้องปรับตัวเพื่อพลิกฟื้นด้านเงินทุนหมุนเวียน การปรับแผนธุรกิจ การแก้ปัญหาด้านพนักงานต่างๆ แผนเชิงรุกในการสร้างแบรนด์และการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับธุรกิจทั้งในระยะสั้นและยาวก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กันไป และเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับเรื่อง New Normal และ Next Normal โดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะพูดถึงและแบ่งปันมุมมองกันในเนื้อหาของบทความนี้
ผลที่จะเกิดขึ้นจาก New Normal สรุปใจความสำคัญ (จากหลายสำนักและนักวิเคราะห์ต่างๆ) ได้ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาและใช้เครื่องมือด้านดิจิตอลที่จะมากและหลากหลายขึ้น จนเรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักของสังคมและวิถีชีวิต ซึ่งถ้ามองในมุมวิวัฒนาการของสังคมผ่านการขับเคลื่อนของเทคโนโลยีดิจิตอลตลอดระยะเวลามากกว่า 40 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ก็ดูจะเป็นความปกติธรรมดา ไม่ได้เป็นความปกติใหม่ (New Normal) ที่สร้างความแตกต่างไปจากแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว นั่นจึงหมายความว่าสถานการณ์ Covid-19 เป็นเพียงแค่ตัวเร่งปฏิกริยาและย่นย่อเวลาให้อนาคตเกิดเร็วขึ้นนั่นเอง
แล้วอะไรคือ Next Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นถัดไป (ที่จะเกิดเร็วขึ้น) ถ้าเราถอยมามองภาพใหญ่ที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นเนื้อหาจากหนังสือ The Third Wave ที่ Alvin Toffler นักเขียนชาวอเมริกัน วิเคราะห์และคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ปี 1980 (คนละเล่มกับ The Third Wave ของ Steve Case ที่อธิบายพัฒนาการของยุคอินเตอร์เน็ต ซึ่งที่จริงก็ได้รับแรงบันดาลใจจากงานเขียนของ Toffler ด้วยเช่นกัน) นั่นก็คือ
“สังคมจะขับเคลื่อนไปด้วยผลของเทคโนโลยีดิจิตอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Information Technology ที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อกันไร้พรมแดน (Globalization) เกิดโครงข่ายข้อมูลข่าวสารที่สามารถเข้าถึงง่ายสะดวกเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนไปของกระบวนการทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวิถีชีวิตผู้คน”
ซึ่ง Toffler อธิบายไว้ในหลายแง่มุม ละเอียดถี่ถ้วนอย่างน่าประหลาดใจ หลายสิ่งได้เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ไม่ว่าจะเป็น Social Networks, AI, Cryptocurrency, Blockchain, Robotic, IOT, ซึ่งตรงและใกล้เคียงมากกับการคาดการณ์ของเขา เท่ากับว่าวันนี้สังคมโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่สามอย่างเต็มตัวแล้ว และน่าจะอยู่ในระดับที่ 3 จาก 10 ระดับของคลื่นลูกที่สาม (ผู้เขียนกำหนดเองเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น) ก่อนจะก้าวผ่านไปสู่ The Fourth Wave หรือคลื่นลูกที่สี่ต่อไป
คาดกันว่าคลื่นลูกที่ 4 จะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในระดับนาโนและไบโอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิวัฒนาการของสังคมอย่างมหาศาล ไปได้ไกลเท่ากับจินตนาการที่เราเห็นในภาพยนตร์ไซไฟต่างๆ และเริ่มมีสัญญาณของการพัฒนาบางด้านเกิดขึ้นจริงบ้างแล้วในปัจจุบัน เช่น การค้นพบวิธีการปรับแต่งจีโนมในดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตต่างๆเพื่อปรับกระบวนการทำงานและโครงสร้างร่างกายให้เป็นไปตามต้องการ ที่เรียกว่า CRISPRE Technology หลังจากนั้นจะเข้าสู่คลื่นลูกที่ห้า The Fifth Wave ซึ่งเป็นลูกสุดท้าย สังคมจะขับเคลื่อนไปด้วย “ภูมิปัญญา” เพราะผ่านการพัฒนาด้านวัตถุ (Physical) และกลไกต่างๆของร่างกายมาทั้งหมดแล้ว ซึ่งหมายถึงการสามารถพัฒนาระดับภูมิปัญญาของผู้คนให้เหมาะสม รูปแบบของกระบวนการทางสังคมจึงดำเนินไปด้วยภูมิปัญญาของผู้คนที่มีความเข้าใจในมิติต่างๆที่ใกล้เคียงกัน
สรุปแล้ว Next Normal ก็คือวิวัฒนาการของสังคมที่ก้าวกระโดดจากระดับ 3 ข้ามผ่าน 4 (Covid-19 ช่วยเร่ง) ไปสู่ระดับที่ 5 (จาก 10 ระดับของคลื่นลูกที่สาม) นั่นคือ การใช้เครื่องมือดิจิตอลกลายเป็นรื่องปกติธรรมดาในคนหมู่มาก การสื่อสารและเชื่อมโยงกันของสังคมใช้ช่องทางออนไลน์เป็นสื่อหลัก ธุรกิจต่างๆจะพัฒนาระบบและช่องทางออนไลน์เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างแพร่หลาย (Auto Subscriptions Daily Product) สิ่งเหล่านี้เริ่มปรากฏให้เห็นคุ้นชินตามากขึ้นแล้วในปัจจุบัน ขอไม่ยกตัวอย่างประกอบนะครับ


ปรากฎการณ์การให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ
และอีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เกิดปรากฎการณ์การให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ, กระบวนการผลิตและธุรกิจในท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น (Local Brand, Localization) ซึ่งเป็นผลจากอิทธิพลของคลื่นลูกที่สาม เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์แบรนด์ใหญ่ๆ เริ่มทยอยปิดโรงงานที่เป็นฐานการผลิตในต่างประเทศลง คงเหลือในกลุ่มที่มีฐานลูกค้าที่ชัดเจนและแข็งแรงเท่านั้น เพราะเทรนด์การเลือกซื้อรถยนต์ของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไม่ภักดีต่อแบรนด์ใหญ่อีกต่อไป แบรนด์ใหม่ๆเข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีของรถยนต์และการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำในหลายภูมิภาคและในภาพรวมของเศรษฐกิจโลก หรือในอุตสาหกรรมค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Tesco Lotus ที่ขายกิจการในประเทศต่างๆออกไปทั้งหมดทั้งในอเมริกา ตุรกี จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ล่าสุดในไทยและมาเลเซีย คงเหลือไว้แต่ในอังกฤษที่เป็นบ้านเกิดและบางประเทศในยุโรปเท่านั้น นั่นเป็นเพราะพฤติกรรม “การซื้อ” ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและ Tesco Lotus เองก็ต้องการให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ตนเองสามารถบริหารจัดการได้เต็มที่และเข้มแข็งอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น
ในภาพที่เล็กลงมาและต่อเนื่องกัน แบรนด์ท้องถิ่น (Local Brand)ใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายในหลายกลุ่มสินค้า แบรนด์ท้องถิ่นเหล่านี้เติบโตก้าวกระโดดและต่อเนื่องทุกปี (Local Brand โต 3.9% ขณะที่ Inter Brand โตเพียง 2.6%) ในตลาดเอเชีย รวมทั้งไทยสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ของแบรนด์ท้องถิ่นมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับ Inter Brand (ข้อมูล Kantar Worldpanel) ถ้ามองจากมุมผู้ประกอบการ จะเห็นชัดเจนว่าแบรนด์ท้องถิ่นนั้นเล็กกว่า คล่องตัวกว่า เข้าใจผู้บริโภคในตลาดของตนมากกว่า ทำให้ขับเคลื่อนได้ดีและเร็วกว่า อีกทั้งอิทธิพลของคลื่นลูกที่สาม ทำให้แบรนด์ท้องถิ่นพัฒนาตนเองได้ดีด้วยการเข้าถึงเทคโนโลยีที่สะดวกและกว้างขวางมากขึ้น ทั้งเทคโนโลยีการผลิต ความคิดสร้างสรรค์ การดึงคุณค่าของวัสดุหรือวัตถุดิบท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งการมีเครื่องมือการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ที่เปิดตลาดเสรีให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในทางที่ส่งเสริมกัน ด้านของผู้บริโภคก็มีแบรนด์ทางเลือกที่เกิดขึ้นมากมายและช่องทางออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงข้อมูลของสินค้า การรีวิว เปรียบเทียบ ประเมินได้รอบด้านเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตนมากที่สุด ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมาซื้อสินค้าจากแบรนด์ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นด้วย
ภาพของ New Normal และ Next Normal เป็นภาพเดียวกัน ภายใต้อิทธิพลของคลื่นลูกที่สาม การแพร่ระบาดของ Covid-19 เป็นตัวเร่งปฎิกริยาให้จังหวะการพัฒนากระโดดก้าวข้ามไปสู่ระดับที่สูงขึ้นเร็วขึ้น สาระสำคัญที่เกิดขึ้นกับธุรกิจและการตลาด (เกิดขึ้นหลายด้าน เราเน้นประเด็นด้านธุรกิจเป็นหลัก) ก็คือ ผู้คนและสังคมจะเข้าถึงเครื่องมือดิจิตอลจนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา เกิดปรากฏการณ์การให้ความสำคัญกับท้องถิ่นมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นจึงหมายถึง วันนี้พฤติกรรมของผู้คนและสังคมได้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว ธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ แบรนด์ท้องถิ่น หรือแบรนด์เกิดใหม่ต้องปรับตัวตามให้ทันเพื่อให้สามารถไปต่อกับ Next Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ได้ การพัฒนาแบรนด์เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้คนและสังคมที่เปลี่ยนไปจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการยืนอยู่ได้ในตลาดหรือเป็นทางรอดของธุรกิจในวันนี้
ตอนที่ 2 เราจะพูดถึงรายละเอียดพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่แบรนด์จำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจ เพื่อเป็นทางรอดของธุรกิจ ติดตามตอนต่อไปครับ







