top of page
ESSENTIAL_GREEN_HORIZONTAL.png

Last Update :

วันนี้

Brandtellers

ducks1.jpg
Tag
BRANDING COMMUNICATION
BRANDING
BRANDING COMMUNICATION
Info
จำนวนคำ
เวลาการอ่าน
Writer:
Generated By:
Edited By:
Rewrite By: ChatGPT / วิษณุ เทศขยัน
816
คำ
5
ธนินท์ธร อัครภูมิพัฒน์
นาที
ChatGPT

Butterbear ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย “แฟนด้อม”

ภายใต้ความน่ารัก สุด Cute ของน้องหมีเนย คือพลังของแฟนด้อมที่เชื่อมแบรนด์กับแฟนคลับ มาร่วมถอดรหัสความสำเร็จปรากฎการณ์ “Butterbear” ด้วยกัน

ธนินท์ธร อัครภูมิพัฒน์
เขียน
26 Sep 2025
Facebook 4.png
1080 1080.png
Blockdit 4.png
Linkedin 2.png

Butterbear ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยแฟนด้อม
ในโลกที่ผู้บริโภคเต็มไปด้วยทางเลือก การสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นไม่ใช่แค่เรื่องของโลโก้หรือสโลแกนอีกต่อไป แต่คือการสร้าง “ความรู้สึก” 
Butterbear คือกรณีศึกษาที่น่าจับตามอง เมื่อ “น้องหมีเนย” ไม่ได้เป็นแค่มาสคอตน่ารัก แต่กลายเป็นหัวใจของแบรนด์ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

จาก “ตัวแทนแบรนด์” สู่ “สื่อเชื่อมความรู้สึก”
มาสคอตอาจไม่ใช่สิ่งใหม่ในโลกการตลาด แต่ Butterbear ได้พิสูจน์แล้วว่า หากออกแบบให้สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ มาสคอตสามารถก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ภาพประกอบ” ไปสู่การเป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดอารมณ์และประสบการณ์ร่วมได้อย่างแท้จริง “น้องหมีเนย” ถูกออกแบบให้เข้าถึงง่าย เป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย และสามารถถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์ได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ใช้เพียง “ภาษากาย” ที่เป็นภาษาสากลและเข้าใจได้ในทุกวัฒนธรรม

Screenshot 2568-05-19 at 21.40_edited.png

ช่วงเวลาที่ใช่ และการเข้าใจผู้บริโภค

การเปิดตัว “น้องหมีเนย” เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผู้คนผ่านความตึงเครียดจากโควิด-19 มาได้ไม่นาน สังคมกำลังโหยหาความสุขเล็ก ๆ ที่สร้างรอยยิ้มได้ง่าย การท่องเที่ยวของคนจีนที่ถาโถมเข้าสู่ประเทศไทย บันทึกและแชร์ประสบการณ์บนโลกโซเชียลขยายความน่ารักของมาสคอตออกไปอย่างรวดเร็ว คลิปไวรัลต่างๆ ดึงดูดความสนใจจนเกิดกระแสต่อเนื่อง และทำให้คนไทยจำนวนมากหลั่งไหลมาที่ร้าน Butterbear ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ เพื่อถ่ายภาพกับน้องหมีเนย และถูกพัฒนาจนกลายเป็นกิจกรรมสร้างความรักความผูกพันระหว่างน้องหมีเนยกับแฟนด้อมมาถึงปัจจุบัน

Screenshot 2568-05-19 at 21.40_edited.png

แฟนคลับ: พลังขับเคลื่อนสำคัญ

“น้องหมีเนย” ไม่ได้หยุดอยู่แค่บทบาทมาสคอต แต่ถูกพัฒนาให้เป็น Brand Asset ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับแบรนด์ ตั้งแต่ในคาเฟ่ ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่ม ไปจนถึงสินค้าที่ระลึกหลากหลาย เสื้อผ้า กระเป๋า หรือของสะสมอื่นๆ ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนน้องหมีเนย
จุดที่น่าสนใจ คือ การออกแบบคาแรกเตอร์น้องหมีเนยให้มีบุคลิกเป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ สดใส ชอบเต้น มีกิจกรรมประจำวันเหมือนเด็กทั่วไป สิ่งเหล่านี้เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าเอ็นดู ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงกว่า 90% ทำให้แบรนด์ดู “มีชีวิต” จริง ๆ

สิ่งที่ผลักดันให้ Butterbear ก้าวไปไกล คือ ‘พลังของแฟนด้อม’ ซึ่งเริ่มต้นจากการที่แบรนด์สร้าง Line Openchat official เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับแฟนคลับ แม้กลุ่มจะรองรับได้ 30,000 บัญชี แต่ความจริงแล้วมีผู้สนใจอยากเข้าร่วมมากเกินกว่าที่ระบบจะรับได้ จนเกิดเป็น Community ต่าง ๆ ที่ช่วยขยายเรื่องราวของน้องหมีเนยไปสู่ผู้คนนอกกลุ่ม อีกทั้งยังมีแฟนคลับบางส่วนที่พัฒนาจากผู้ติดตามทั่วไป กลายเป็นผู้สร้างคอนเทนต์และต่อยอดจนกลายเป็น KOL ส่งผลให้เกิดคอนเทนต์ที่หลากหลายและถูกเผยแพร่ไปบนทุกแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง”


ติดปีกด้วยการสร้าง Collaboration
Butterbear สร้าง momentum สำคัญผ่านการร่วม Collab กับแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 10 แบรนด์ เช่น KFC, 7-Eleven, Babi Mild, Sabina และ Converse จนกลายเป็นโอกาสครั้งใหญ่ในการต่อยอดธุรกิจ รายได้ของแบรนด์จึงพุ่งทะยานจาก 7 ล้านบาทในปีแรก สู่ 544 ล้านบาทในปีถัดมา
รายได้ของ Butterbear มาจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. ยอดขายหน้าร้าน (ขนมและเครื่องดื่ม)
2. Character Merchandise
3. Licensing & Collaboration

ความสำเร็จใน Brand Collaboration ที่สร้างรายได้สูงด้วยต้นทุนต่ำ จากปรากฏการณ์ที่น้องหมีเนยได้รับฉายานามว่า “เจ้าแม่ Sold-Out " คือ ขายหมดตั้งแต่วันแรก เป็นภาพสะท้อนพลังแฟนด้อมที่แข็งแกร่งและพร้อมสนับสนุนแบรนด์อย่างเต็มที่

Brand กับ Mascot Marketing
ความสำเร็จของ Butterbear แสดงให้เห็นว่า Mascot Marketing ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ความน่ารัก” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญเหล่านี้

- ความสอดคล้องกับตัวตนและพันธกิจแบรนด์ : มาสคอตควรถ่ายทอดค่านิยมและพันธกิจของแบรนด์ ไม่ใช่แค่สร้างสีสัน แต่มีตัวตนที่ชัดเจน สร้างคุณค่า และง่ายต่อการจดจำ

- เชื่อมโยงกับพฤติกรรมผู้บริโภค : 
กำหนดบุคลิก ลักษณะ และบทบาทของมาสคอตที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมและรสนิยมของกลุ่มเป้าหมาย

- ออกแบบให้ง่ายต่อการจดจำและสร้างมุมมองบวก : การออกแบบลักษณะมาสคอตเข้าใจง่าย จดจำได้ทันที ไม่ควรมีรายละเอียดซับซ้อนและเข้าถึงยากเกินไป เพื่อเป็นสัญลักษณ์ช่วยยึดโยงแบรนด์ในใจผู้คน

- เข้าถึงได้ในทุกช่องทาง : 
สร้างการสื่อสารแบบ two way communication เพื่อสร้างความใกล้ชิด การมีส่วนร่วมระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์ได้หลากหลายช่องทาง ทำอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์ หรือกิจกรรมอีเว้นท์

- การสร้าง Community : เพื่อให้ผู้ติดตามรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ และช่วยต่อยอดการสื่อสารแบบปากต่อปาก (word-of-mouth) บนโลกออนไลน์และออฟไลน์ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว

บทสรุป
กรณีของ Butterbear คือบทพิสูจน์ว่า Mascot Marketing ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริม แต่สามารถเป็น “แกนกลาง” ของการสร้างและสื่อสารแบรนด์ได้จริง หากวางกลยุทธ์ถูกต้อง มาสคอตจะไม่ใช่แค่ตัวละคร แต่จะกลายเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ที่ผู้บริโภคอยากติดตามและผูกพันในระยะยาว

แบ่งปันบทความนี้

Facebook 2.png
Youtube 3.png
Linkedin 1.png
X1.png
Link 1.png

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ducks1.jpg

Brand Consulting

Metaverse
โลกเสมือนที่อาจ (ไม่) เกิดขึ้น

ducks1.jpg

Brand Identities

รีแบรนด์กรุงเทพ ฯ

ducks1.jpg

Brand Communication

ใช้ KOL และ Influencer อย่างไรให้ได้ผล

ขอขอบคุณ

IMDb

Meta

ข้อมูล

แท็กที่เกี่ยวข้อง
วิษณุเทศขยันessentialbrandtellersmetaversebrandingbrandcommunicationbrandconsult
bottom of page