info

จำนวนคำ
1,175 คำ
เวลาการอ่าน
5 นาที 53 วินาที
Writer
จิณณรัตน์ ชวพัฒนภิรมย์
Edited By
จิณณรัตน์ชวพัฒนภิรมย์ jinnarutchawaphattanapirom
จากยาขมในความทรงจำ สู่ “กำลังภายใน” ที่คนรุ่นใหม่อยากดื่ม
จิณณรัตน์ ชวพัฒนภิรมย์ | เขียน

จากยาขมในความทรงจำ สู่ “กำลังภายใน” ที่คนรุ่นใหม่อยากดื่ม

ถอดมุมคิดด้านแบรนด์จาก Chum Chum เมื่อของคุ้นเคยถูกเล่าใหม่ให้ร่วมสมัย

ทำไมเครื่องดื่มสมุนไพรที่หลายคนเคยมองว่าเป็น “ของผู้ใหญ่” จึงกลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากลอง อยากถือ และอยากบอกต่อ?

Chum Chum ไม่ได้เปลี่ยนสมุนไพรให้เป็นอย่างอื่น แต่เลือกเปลี่ยนวิธีที่คนมองและรู้สึกกับสมุนไพร ผ่านการออกแบบสินค้า ภาพลักษณ์ และประสบการณ์ให้เข้ากับชีวิตของคนวันนี้

จากสิ่งที่มีอยู่เดิม สู่โอกาสการสร้างแบรนด์

Chum Chum มีที่มาจากครอบครัวที่ทำธุรกิจสมุนไพรมาอย่างยาวนาน โดยมีความเชื่อมโยงกับ เวชพงศ์โอสถ ธุรกิจสมุนไพรในเยาวราชที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2447 ที่มีอายุกว่า 120 ปี

ประวัติและความรู้เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ถูกเก็บไว้เป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีต แต่ถูกนำมาตั้งคำถามใหม่ว่า สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว จะทำให้คนรุ่นนี้รู้สึกกับมันต่างไปจากเดิมได้อย่างไร

โอกาสทางธุรกิจไม่ได้มาจากการมองหาช่องว่างในตลาดเสมอไป บางครั้งโอกาสก็อยู่ในสิ่งที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว ทั้งความรู้ ประสบการณ์ ที่มา และความเชี่ยวชาญ เพียงแต่นำมาตีความใหม่ให้สิ่งเหล่านั้นมีค่าสำหรับผู้บริโภคในวันนี้

เปลี่ยนภาพที่คนมองสมุนไพร โดยคงตัวตนของสมุนไพรไว้

Chum Chum วางตัวเป็นเครื่องดื่มสไตล์ร้านยา รับแรงบันดาลใจจากสมุนไพรและแนวคิดแบบร้านยา แต่นำเสนอให้ร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย จากเดิมสมุนไพรมักถูกโยงกับภาพของ “ยาขม” หรือสิ่งที่ต้องดื่มเมื่อไม่สบาย Chum Chum จึงนำเสนอให้เป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในชีวิตประจำวันได้

Photo1

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือบริบทและความรู้สึกที่คนมีต่อสมุนไพร ส่วนตัวสมุนไพรยังเป็นเหมือนเดิม ของที่คุ้นเคยจึงถูกมองเห็นคุณค่าอีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องสร้าง “สมุนไพรแบบใหม่” ขึ้นมา

Photo2

กำลังภายใน จาก Key Message สู่ Brand Meaning

คำว่า “กำลังภายใน” พาเรื่องสมุนไพรไปไกลกว่าวัตถุดิบและรสชาติ ไปสู่การดูแลตัวเองทั้งกายและใจ

คำถามจึงเปลี่ยนจาก

“วันนี้เราจะดื่มเครื่องดื่มออะไรดี?” เป็น “วันนี้เราอยากเติมอะไรให้ตัวเอง?”

ตรงนี้ทำให้ “กำลังภายใน” ทำหน้าที่มากกว่า Key Message เพราะกลายเป็นความหมายที่แบรนด์ต้องการให้ผู้บริโภคจดจำและเชื่อมโยงกับ Chum Chum ซึ่งช่วยกำหนดทิศทางของทั้งการสื่อสารและประสบการณ์ของแบรนด์

นี่คือความต่างระหว่างการขายสินค้ากับการสร้างแบรนด์ สินค้าบอกว่า “เรามีอะไร” ส่วนแบรนด์ช่วยให้คนเข้าใจว่า “สิ่งที่เรามี สำคัญกับเขาอย่างไร”

เมื่อแนวคิดเดียวช่วยขับเคลื่อนทุกด้าน

แนวคิดที่ดีมีพลังไม่ใช่เพราะจำง่าย แต่เพราะถูกนำไปใช้ในหลายจุด ตั้งแต่ตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ ภาพลักษณ์ ภาษาที่ใช้สื่อสาร หน้าร้าน ไปจนถึงประสบการณ์ของลูกค้า

Chum Chum จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำให้สมุนไพรดูทันสมัย แต่ค่อย ๆ ปรับประสบการณ์ทั้งหมดให้เข้ากับชีวิตและความคาดหวังของคนยุคนี้ เมื่อทุกจุดที่ลูกค้าพบเจอพูดเรื่องเดียวกัน แบรนด์จึงถูกจดจำจากความหมายที่ลึกกว่าโลโก้หรือดีไซน์

ของคุ้นเคยที่ถูกเล่าใหม่

สมุนไพรและเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมเป็นสิ่งที่คนไทยรู้จักอยู่แล้ว เมื่อมาอยู่ในวิธีนำเสนอที่ร่วมสมัย คนจึงรู้สึกสองอย่างพร้อมกัน คือ คุ้นเคย เพราะเป็นสิ่งที่รู้จัก และ สดใหม่ เพราะไม่เคยเห็นในรูปแบบนี้

ความแตกต่างจึงเริ่มได้จากการมองของเดิมด้วยมุมใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งที่ไม่เคยมี

Photo4

แล้วอะไรคือสิ่งที่เป็นตัวตนของแบรนด์อย่างแท้จริง?

รูปแบบร้าน สี แก้ว เมนู หรือวิธีนำเสนอ ในที่สุดก็ย่อมมีผู้ทำคล้ายกันได้ สิ่งที่ยากจะซ้ำรอยคือความหมายของแบรนด์ และความสอดคล้องของทุกอย่างที่แบรนด์ทำ

Chum Chum มีที่มาของธุรกิจ ความรู้เรื่องสมุนไพร แนวคิด “กำลังภายใน” และการนำแนวคิดนั้นไปใช้ในหลายจุด โจทย์ต่อไปจึงไม่ใช่การคิดสิ่งใหม่ให้ได้เรื่อย ๆ แต่คือการรักษาความชัดเจนของแบรนด์ไว้ เมื่อมีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมากขึ้น

Photo5

3 ข้อคิดจาก Chum Chum

01 เริ่มจากสิ่งที่มี

ก่อนมองหากระแสหรือช่องว่างตลาด ลองดูว่าธุรกิจมีอะไรที่มีค่าและเป็นของตัวเองอยู่แล้ว

02 เปลี่ยนมุมมอง

โดยรักษาสิ่งที่มีไว้ ของดั้งเดิมทำให้ร่วมสมัยได้ โดยเปลี่ยนบริบทและประสบการณ์ที่คนมีต่อมัน

03 แนวคิดไปไกลกว่าคำพูด

ความคิดหลักที่ดีควรปรากฏในสินค้า ดีไซน์ ประสบการณ์ และการสื่อสาร ช่วยให้ทุกส่วนเล่าเรื่องเดียวกัน

การสร้างแบรนด์จึงอาจไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “เราจะสร้างอะไรใหม่?” แต่เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายกว่า

“สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว มีคุณค่าอะไร และเราจะทำให้คนวันนี้มองเห็นคุณค่านั้นได้อย่างไร?”

เพราะแบรนด์ที่ดีไม่ได้เกิดจากการสร้างความแตกต่างอย่างเดียว แต่เกิดจากการเข้าใจคุณค่า แล้วหาวิธีส่งต่อให้มีความหมายกับผู้คนในวันนี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ขอขอบคุณ

ข้อมูล